SCB EIC ส่งบทวิเคราะห์ เรื่อง ดุลการค้า พ.ค. 2026 ยังขาดดุลสูงจากผลสงครามตะวันออกกลาง แต่มองว่าความรุนแรงได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB EIC ขอนำส่งบทวิเคราะห์ เรื่อง ดุลการค้า พ.ค. 2026 ยังขาดดุลสูงจากผลสงครามตะวันออกกลาง แต่มองว่าความรุนแรงได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้วมาเพื่อโปรดพิจารณา และขอขอบพระคุณในความอนุเคราะห์นำเสนอข่าวสารของธนาคารด้วยดีเสมอมา
ขอแสดงความนับถือ
ทีมประชาสัมพันธ์ ธนาคารไทยพาณิชย์
ผู้เขียนบทวิเคราะห์
นายภาวัต แสวงสัตย์ นักเศรษฐศาสตร์
นายวิชาญ กุลาตี นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส
ดุลการค้า พ.ค. 2026 ยังขาดดุลสูงจากผลสงครามตะวันออกกลาง แต่มองว่าความรุนแรงได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
ภาพรวมส่งออกไทยเดือน พ.ค. 2026 ขยายตัวชะลอลงมาก
มูลค่าการส่งออกเดือน พ.ค. 2026 อยู่ที่ 34,333.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 10.6% ชะลอลงมากจาก 23.1% ในเดือนก่อน แต่ขยายตัวมากกว่าที่ประเมินไว้บ้าง (SCB EIC ประเมิน 8.8% ค่ากลาง Reuters Poll 12%) มูลค่าส่งออกที่ปรับฤดูกาลแล้วหดตัวครั้งแรกในรอบ 3 เดือนที่ -3.5%MOM_SA ภาพรวมมูลค่าส่งออกไทยใน 5 เดือนแรกของปี 2026 ยังขยายตัว 17%
ส่งออกเดือนนี้ได้แรงส่งเกือบทั้งหมดจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ กระแสเร่งส่งออกไปสหรัฐฯ ระลอกใหม่หลังสหรัฐฯ เตรียมตั้งกำแพงภาษีใหม่ตามมาตรา 301
- การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังขยายตัวสูง 32.5% แม้ชะลอลงจาก 64.6% ในเดือนก่อน แต่ส่วนหนึ่ง
เป็นผลจากปัจจัยฐานที่สูง และนับว่าขยายตัวต่อเนื่องได้นานถึง 2 ปี 2 เดือนแล้ว สินค้ากลุ่มนี้ยังคงได้รับแรงหนุนจากวัฏจักรขาขึ้นของอิเล็กทรอนิกส์ ตามแนวโน้มการลงทุนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และ Data center ที่ขยายตัวทั่วโลก รวมถึงการเร่งสั่งซื้อสินค้าจากความกังวลด้านห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนที่ปรับสูงขึ้น สะท้อนจากการส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ไป 12 ใน 15 คู่ค้าสำคัญยังคงขยายตัวดี ทั้งนี้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ช่วยให้การส่งออกไทยเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 7.4% หรือเกือบทั้งหมดของการเติบโตส่งออกรวมที่ 10.6% - การส่งออกไปสหรัฐฯ ขยายตัวสูง 33.4% แม้ชะลอลงจาก 44.2% ในเดือนก่อน โดยการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังไม่ถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมขยายตัวสูงถึง 70.2% (คิดเป็น 55.1% ของมูลค่าส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ทั้งหมดในเดือนนี้) ขณะที่สินค้ากลุ่มอื่น ๆ (ยกเว้นอิเล็กทรอนิกส์) ขยายตัว 5.5% สะท้อนความต้องการสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ ทั้งนี้การส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ มีส่วนทำให้การส่งออกเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 6.7%
- การส่งออกทองคำที่ยังไม่ได้ขึ้นรูปขยายตัว 55.8% เร่งขึ้นจาก 20.8% ในเดือนก่อน จากการส่งออกไป UAE สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ และฮ่องกง ที่ขยายตัวสูง 3,481.3%, 332.2%, 138.5% และ 838.4% ตามลำดับ ทั้งนี้ การส่งออกทองคำช่วยให้การส่งออกไทยเดือนนี้ขยายตัว (CTG) 1.6%
นำเข้าเร่งตัวสูงต่อเนื่อง จากแรงหนุนของสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปและสินค้าเชื้อเพลิง
มูลค่านำเข้าเดือน พ.ค. อยู่ที่ 40,044.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวสูง 35.1% แต่ชะลอลงจาก 45.0% ในเดือนก่อนบ้าง และต่ำกว่าประมาณการ (SCB EIC ประเมิน 41.2% ค่ากลาง Reuters Poll 35.0%) ภาพรวมมูลค่านำเข้าไทยใน 5 เดือนแรกของปี 2026 ขยายตัวต่อเนื่อง 35.6% สำหรับการนำเข้าส่วนใหญ่ในเดือนนี้ ได้แก่ (รูปที่ 3 และ 4)
- สินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปขยายตัวสูง 34.3% ต่อเนื่องจาก 38.7% ในเดือนก่อน การนำเข้าหมวดนี้มีส่วนช่วยให้การนำเข้าเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 15.2% ของการเติบโตนำเข้ารวม 35.1% โดยสินค้าหลักได้แก่ อุปกรณ์ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะแผงวงจรไฟฟ้าที่ขยายตัวสูงกว่า 101.6% และ 121.5% ตามลำดับ (CTG: 10.1% และ 9.2%) ทั้งนี้ประเมินว่าส่วนหนึ่งมาจากความต้องการนำเข้าสินค้าต้นน้ำและกลางน้ำเพื่อผลิตและส่งออก รวมถึงความต้องการลงทุนในไทย จึงต้องนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้จากผู้ผลิตหลักโดยเฉพาะจีนและไต้หวัน (30% และ 149.5% ตามลำดับ)
- สินค้าเชื้อเพลิงขยายตัวสูง 94.6% แม้ชะลอจาก 128.6% ในเดือนก่อน การนำเข้าหมวดนี้มีส่วนช่วยให้การนำเข้าเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 11.2% ของการเติบโตนำเข้ารวม 35.1% โดยการนำเข้าน้ำมันดิบขยายตัวสูง 121.5% (CTG : 8.7%) และก๊าซธรรมชาติปิโตรเลียมขยายตัว 85.4% (CTG : 2%) ตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยราคาพลังงานทั่วโลกยังอยู่ในระดับสูง แม้จะชะลอลงจากช่วงก่อนหน้าบ้าง โดยส่วนมากเป็นการนำเข้าจากสหรัฐอเมริกาที่ขยายตัวกว่า 223.9% (คิดเป็น 22.4% ของมูลค่านำเข้าในหมวดนี้ของไทยทั้งหมดในเดือนนี้)
- สินค้าทุนขยายตัว 24.2% ชะลอลงจาก 32.8% ในเดือนก่อน การนำเข้าหมวดนี้มีส่วนช่วยให้การนำเข้าไทยเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 6.9% ของการเติบโตนำเข้ารวม 35.1% โดยสินค้าหลัก ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ที่ขยายตัวถึง 67.4% (CTG : 5.8%) ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากการที่ไทยผลิตสินค้าทุนประเภทนี้ได้จำกัด ขณะที่แนวโน้มการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เช่น Data center เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการนำเข้าสินค้าทุน หมวดเครื่องจักรและเทคโนโลยีเพิ่มตาม โดยเฉพาะการนำเข้าจากจีนที่ขยายตัว 51.2% และคิดเป็น 52.3% ของมูลค่านำเข้าสินค้าทุนทั้งหมดในเดือนนี้
ดุลการค้า (ระบบศุลกากร) เดือนนี้ขาดดุลต่อเนื่อง -5,711.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าที่ประเมินไว้ (SCB EIC ประเมิน -8,000 และค่ากลาง Reuters Poll -6,120) ไทยขาดดุลการค้าสะสมใน 5 เดือนแรกของปีนี้ -25,209.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
SCB EIC เพิ่มประมาณการส่งออกและนำเข้าในปี 2026 เป็น 10% และ 16.9% ตามลำดับ
SCB EIC มองว่าส่งออกไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าที่คาดไว้ โดยปรับประมาณการมูลค่าส่งออกไทยปีนี้จะขยายตัว 10% (เดิมมอง 7.8%, ตัวเลขระบบดุลการชำระเงิน) ตามข้อมูลจริงใน 5 เดือนแรกของปีที่ขยายตัวถึง 17% ประกอบกับแนวโน้มการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง สะท้อนจากตัวเลขเร็วของมูลค่าส่งออกเกาหลีใต้ 20 วันแรกของเดือน มิ.ย. ที่ยังขยายตัวสูง 60.5% โดยเฉพาะการส่งออกคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ และเซมิคอนดักเตอร์ที่ขยายตัวสูง 293.3% และ 188.4% ตามลำดับ (รูปที่ 5)
มูลค่านำเข้าปีนี้มีแนวโน้มขยายตัว 16.9% (เดิมมอง 15.8%, ตัวเลขระบบดุลการชำระเงิน) ตามข้อมูลในช่วง 5 เดือนแรกของปีที่ขยายตัวถึง 35.6% โดยเฉพาะการนำเข้าเข้าสินค้ากึ่งสำเร็จรูปที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์จากจีนและไต้หวัน รวมทั้งสินค้าทุนจากจีน และสินค้าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นตามราคาพลังงานโลกหลังเกิดสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้มุมมองดุลการค้าไทยในปีนี้คาดว่าจะมีแนวโน้มแย่ลงมาก
มองตัวเลขขาดดุลการค้าไทยผ่านจุดต่ำสุดในเดือน เม.ย. แล้ว หลังจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ลดความรุนแรงลงและการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มมีความคืบหน้า ส่งผลให้ราคาพลังงานโลกลดลง
อย่างต่อเนื่อง SCB EIC ประเมินว่าตัวเลขดุลการค้าในระบบดุลการชำระเงินจะมีแนวโน้มทยอยกลับมาเป็นบวกได้ในช่วงครึ่งหลังของปี ขณะที่ตัวเลขดุลการค้าในระบบศุลกากรมีแนวโน้มขาดดุลต่อเนื่อง เนื่องจาก 2 ระบบนี้
มีมาตรฐานการคำนวณที่แตกต่างกัน อีกทั้ง ยังมีการรวมต้นทุนค่าขนส่งเข้ามาในมูลค่าการนำเข้าสินค้า ทั้งนี้ต้องจับตามองว่าสถานการณ์สงครามฯ จะกลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้งจนทำให้ราคาพลังงานโลกพุ่งขึ้นอีกระลอกหรือไม่
หัวข้อพิเศษ : ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ Section 301 เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตามอง
วันที่ 2 มิ.ย. รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศแนวทางการจัดเก็บภาษีนำเข้าภายใต้ Section 301 ประเด็นแรงงานบังคับ (Forced labour) กับ 60 ประเทศคู่ค้าในอัตรา 10% – 12.5% แบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยคาดว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะประกาศผลสรุปอัตราภาษีภายใต้ Section 301 ประเด็นแรงงานบังคับก่อนวันที่ 24 ก.ค. เพื่อใช้เป็นมาตรการทดแทนภาษีชั่วคราวภายใต้ Section 122 ที่กำลังจะครบกำหนด 150 วันในวันที่ 24 ก.ค. นี้
ไทยเสี่ยงถูกจัดอยู่ในกลุ่มถูกเก็บภาษีนำเข้าภายใต้ Section 301 กรณีแรงงานบังคับในอัตรา 12.5% เนื่องจากผู้แทนการค้าสหรัฐ (United States Trade Representative : USTR) เห็นว่าไทยยังไม่มีมาตรการทางกฎหมายห้ามการนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับได้อย่างชัดเจน และยังไม่สามารถบังคับใช้มาตรการดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างไรก็ตาม SCB EIC มองว่าผลกระทบต่อไทยจะค่อนข้างจำกัด เนื่องจากอัตราภาษีที่ไทยเผชิญจะเพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 12.5% (เพิ่มขึ้นเพียง 2.5%) และยังต่ำกว่าอัตราภาษีตอบโต้ 19% ที่สหรัฐฯ เก็บไทยเพิ่มมาตั้งแต่กลางปีก่อนจนถึงต้นปีนี้ นอกจากนี้ ข้อมูลจาก Global Trade Alert ชี้ว่า หากสหรัฐฯ เปลี่ยนจากการจัดเก็บภาษีภายใต้ Section 122 เป็น Section 301 กรณีแรงงานบังคับ อัตราภาษีที่แท้จริงเฉลี่ย (Average Effective Tariff Rate) ของไทยจะอยู่ที่ราว 14.7% เนื่องจากประเมินว่าสินค้าส่งออกบางรายการได้รับการยกเว้นภาษีมากขึ้นภายใต้ Section 301
นอกจากกรณี Forced Labor นี้ ไทยยังตกเป็น 1 ใน 16 ประเทศที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังสอบสวนในประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน (Excess capacity) เพื่อเก็บภาษีเพิ่มเติมภายใต้ Section 301 ซึ่งเป็นความเสี่ยงด้านต่ำสำคัญที่อาจทำให้ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ได้
บทวิเคราะห์โดย... https://www.scbeic.com/th/detail/product/trade-250626
*************************************
ประชาสัมพันธ์ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
จิตตินี จอมปรัชญา โทร. 098-9235915 Email : chittinee.jompratchaya@scb.co.th
กุณฑลี โพธิ์แก้ว โทร. 086-1308560 Email: koontalee.pokaew@scb.co.th




No comments