Header Ads

ขอนำส่งข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับสมบูรณ์ค่ะ (ข่าวประชาสัมพันธ์)  สมศ. ขานรับนโยบาย เสมา 2 ชูยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการประเมินสถานศึกษา ด้วยนวัตกรรมดิจิทัล มุ่งผลสัมฤทธิ์เชิงพัฒนา

เรียน     บรรณาธิการข่าวและสื่อมวลชนทุกท่าน
เรื่อง      ขอความอนุเคราะห์ในการเผยแพร่ภาพข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับสมบูรณ์
สิ่งที่แนบมาด้วย  ข่าวประชาสัมพันธ์  พร้อมภาพประกอบ


สวัสดีครับ

ขอนำเสนอภาพข่าวประชาสัมพันธ์ สมศ. ขานรับนโยบาย เสมา 2 ชูยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการประเมินสถานศึกษา ด้วยนวัตกรรมดิจิทัล มุ่งผลสัมฤทธิ์เชิงพัฒนา เพื่อพิจารณาเผยแพร่ ตามรายละเอียดที่แนบมานี้ครับผม 


ขอขอบพระคุณสำหรับการพิจารณาเผยแพร่ และขออภัยในความไม่เรียบร้อยครับผม

ขอบคุณครับ
ปัณณทัต  กิตติพงศ์ยิ่งยง  
โทร 093-395-6982



 สมศ. ขานรับนโยบาย เสมา 2 ชูยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการประเมินสถานศึกษา ด้วยนวัตกรรมดิจิทัล มุ่งผลสัมฤทธิ์เชิงพัฒนา
 
กรุงเทพฯ 18 มิถุนายน 2569 – สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. ขานรับนโยบายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่มุ่งเน้นการลดภาระครู ด้วยการปรับใช้เทคโนโลยีบูรณาการฐานข้อมูล ควบคู่การใช้ AI ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน ปรับกระบวนทัศน์ผู้ประเมิน พร้อมระบบจัดการฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อมุ่งสู่การใช้ผลประเมินอย่างเต็มประสิทธิภาพ
ศ.ดร.องอาจ นัยพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. เปิดเผยความคืบหน้าภายหลังการเข้าพบนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อหารือทิศทางการประเมินคุณภาพการศึกษา โดยมีรองผู้อำนวยการ สมศ. ทั้ง 4 ฝ่ายร่วมนำเสนอทิศทางการดำเนินงานที่มุ่งปรับกระบวนทัศน์การประเมินคุณภาพภายนอกสู่แนวคิด การประเมินเพื่อการพัฒนา (Assessment for Development) โดยบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อยกระดับระบบการศึกษาและตอบสนองนโยบายลดภาระงานด้านบริหารจัดการของบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเชิงนโยบายที่สำคัญ ประกอบด้วย
  • การบูรณาการฐานข้อมูล (Single Data) : พัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศ (API) ร่วมกับหน่วยงานต้นสังกัดโดยตรง เพื่อยุติความซ้ำซ้อนในการจัดทำเอกสารรายงานของสถานศึกษา
  • การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) : ด้วยการนำนวัตกรรม AI มาใช้วิเคราะห์ และ  คัดกรองรายงานการประเมินตนเอง (SAR) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความแม่นยำ ลดการใช้งบประมาณในการประมวลผลข้อมูลเชิงวิชาการ
  • การปรับกระบวนทัศน์ผู้ประเมิน : ด้วยการยกระดับสมรรถนะและบทบาทผู้ประเมินสู่การเป็น    ผู้ชี้แนะเชิงประเมิน (Assessor Coach)” ที่มุ่งเน้นการนำผลการประเมินคุณภาพมาให้ข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์ เพื่อขับเคลื่อนกลไกการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพตามวงจร PDCA
  • กระบวนการรวบรวมติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) : ด้วยการเตรียมพร้อมเปิดตัว Dashboard แสดงผลการวิเคราะห์เชิงลึก (Insight) สะท้อนภาพรวมด้านการจัดการคุณภาพการศึกษา ตลอดจนมิติด้านความเหลื่อมล้ำ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ Evidence-Informed Policymaking (EIPM) สำหรับผู้กำหนดนโยบายและสาธารณชน
ศ.ดร.องอาจ กล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับยุทธศาสตร์ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ สมศ. ในการนำระบบดิจิทัลและข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มาใช้เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการศึกษาไทย ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)
โทรศัพท์ 0-2216-3955 และติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการประเมินคุณภาพการศึกษาได้ที่ www.facebook.com/onesqa หรือ www.onesqa.or.th


#องอาจนัยพัฒน์ #สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา #สมศ #ONESQA
#มาตรฐานการศึกษา #ลดภาระครู
 
###
 
ข้อมูลสำหรับสื่อมวลชนติดต่อ
นายปัณณทัต กิตติพงศ์ยิ่งยง (เป็นหนึ่ง) pr@bangkoknexttech +669 3395 6982
 



Uploaded Image Uploaded Image Uploaded Image Uploaded Image Uploaded Image Uploaded Image Uploaded Image

No comments

Theme images by sololos. Powered by Blogger.