Header Ads

SCB EIC ส่งบทวิเคราะห์ เรื่อง สมรภูมิฮอร์มุซ : จุดเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานและทางรอดบรรจุภัณฑ์ไทย

เรียน ท่านสื่อมวลชน

 

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB EIC ขอนำส่งบทวิเคราะห์ เรื่อง สมรภูมิฮอร์มุซ : จุดเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานและทางรอดบรรจุภัณฑ์ไทย มาเพื่อโปรดพิจารณา และขอขอบพระคุณในความอนุเคราะห์นำเสนอข่าวสารของธนาคารด้วยดีเสมอมา

 

ขอแสดงความนับถือ

ทีมประชาสัมพันธ์ ธนาคารไทยพาณิชย์

 

ผู้เขียนบทวิเคราะห์

นางสาวชญานิศ สมสุข  

นักวิเคราะห์

 

สมรภูมิฮอร์มุซ : จุดเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานและทางรอดบรรจุภัณฑ์ไทย

 

KEY SUMMARY

 

สงครามตะวันออกกลางสร้างแรงกดดันด้านต้นทุนและก่อให้เกิดภาวะตึงตัวของวัตถุดิบในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไทย

วิกฤตความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเส้นทางการค้าโลกผ่านการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ดันราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งสูงเกือบ 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สถานการณ์ดังกล่าวมิได้กระทบเพียงราคาพลังงานในประเทศเท่านั้น แต่ยังสร้างแรงกดดันเชิงโครงสร้างต่ออุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไทย ผ่านการขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญ อาทิ แนฟทา และโพรเพน ส่งผลให้ราคาเม็ดพลาสติกปรับตัวสูงขึ้นถึง 70% ขณะที่อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โลหะเผชิญกับต้นทุน Aluminium ingots ที่เพิ่มขึ้น จากการที่เส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิดกั้น ทำให้ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น สภาวการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังภาคการผลิตอื่น ๆ และการส่งออกของไทยโดยเฉพาะสินค้าไปตะวันออกกลางที่จะต้องตกอยู่ในความเสี่ยงของภาวะต้นทุนสูงและปัญหาการตึงตัวของวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทานไปพร้อมกัน

 

บรรจุภัณฑ์พลาสติกได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงโดยตรงทั้งในแง่ราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น และภาวะวัตถุดิบตึงตัวรุนแรงขึ้นหากยืดเยื้อ

  • บรรจุภัณฑ์พลาสติก : ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด เม็ดพลาสติกตึงตัวมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม PP และ PE ส่งผลให้ราคาพุ่งสูงขึ้นเกือบ 70% ภายในไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่มีสต็อกบรรจุภัณฑ์เพียงพออีกอย่างน้อยราว 5 เดือน และหากสถานการณ์ยืดเยื้อ ราคาบรรจุภัณฑ์พลาสติกจะปรับสูงขึ้นจนอาจส่งผลให้อุตสาหกรรมปลายน้ำชะลอการสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์ออกไป
  • บรรจุภัณฑ์โลหะ : ผลกระทบปานกลางจาก 1. การนำเข้าอะลูมิเนียมเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบและค่าระวางเรือที่สูงขึ้น 2. ตลาดส่งออกกระป๋องอาหารไปยังตะวันออกกลางหดตัวจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ดี ความต้องการอาหารกระป๋องมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการเร่งสต็อกสินค้า ดังนั้น ผู้ส่งออกที่สามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางขนส่ง ใช้ท่าเรือทางเลือก และการเชื่อมต่อทางบก จะได้รับอานิสงส์จากวิกฤตครั้งนี้
  • บรรจุภัณฑ์กระดาษ : กระทบน้อยที่สุด แต่ยังมีแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงาน บรรจุภัณฑ์กระดาษได้รับปัจจัยหนุนจากผู้ผลิตสินค้า/ร้านอาหารเร่งเปลี่ยนมาใช้กระดาษแทนพลาสติกที่ต้นทุนสูงขึ้น อย่างไรก็ดี ต้นทุนพลังงานและค่าระวางเรือที่พุ่งสูงกำลังกดดันมาร์จิ้นของผู้ผลิตขนาดกลางและเล็กที่ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ช้ากว่า
  • บรรจุภัณฑ์แก้ว : ผลกระทบปานกลางจาก 1. แรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากราคาพลังงาน และ 2. อุปสงค์ที่ชะลอลงตามกำลังซื้อที่ลดลงและจำนวนนักท่องเที่ยวที่หายไป แม้ธุรกิจเครื่องดื่มบางรายจะหันมาใช้ขวดแก้วแทนพลาสติกชั่วคราว แต่ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยอุปสงค์ของขวดแก้วที่ลดลงในภาพรวม

 

ผู้ประกอบการควรปรับกลยุทธ์ในการวางแผนการผลิต ไม่เพียงแต่การรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องเร่งสร้างความพร้อมเชิงโครงสร้างในการจัดหาวัตถุดิบ

การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในระยะสั้นนั้น ภาคเอกชนควรเร่งปรับตัวโดยการบริหารสต็อกอย่างระมัดระวัง และหาตลาดและซัพพลายเออร์ทดแทน เน้นการวางแผนเพื่อผลิตโดยเลือกผลิตสิ่งที่จำเป็นก่อน ลดหรือตัดบรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็นออก รวมไปถึงการปรับลดจำนวนสีในการพิมพ์ฉลากเพื่อประหยัดการใช้ IPA ที่ขาดแคลน สำหรับในระยะยาว วิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาสในการยกระดับสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ทั้งการเพิ่มการรีไซเคิลพลาสติกในประเทศ และการพัฒนาไบโอพลาสติก อย่างไรก็ดี ความสามารถในการปรับตัวยังมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีความพร้อมด้านสัญญาวัตถุดิบและเงินทุน กับ SMEs ที่มีข้อจำกัดด้านสภาพคล่องและอำนาจต่อรอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความสามารถในการรับมือกับวิกฤตโดยพื้นฐานแล้วขึ้นอยู่กับความพร้อมเชิงโครงสร้างที่สร้างไว้ก่อนวิกฤตจะมาถึง มากกว่าการตอบสนองเฉพาะหน้าในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตการณ์

 

ภาครัฐช่วยควบคุม ประสาน และเจรจาระดับรัฐ เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตบรรจุภัณฑ์ในประเทศ

ปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรมประกาศให้เม็ดพลาสติกเป็นสินค้าควบคุม กำหนดให้ผู้ผลิตรายงานข้อมูลตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบ ปริมาณการผลิต ไปจนถึงการจำหน่าย เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าไม่ขาดตลาด
และป้องกันการกักตุนพร้อมตั้งคณะทำงานเพื่อบริหารจัดการสต็อกและส่งเสริมการใช้วัสดุทดแทน ในระยะต่อไป ภาครัฐควรเร่งจัดทำการดำเนินเชิงยุทธศาสตร์ในสินค้าและวัตถุดิบที่ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้า พิจารณาลดความซับซ้อนของพิธีการศุลกากรสำหรับวัตถุดิบทดแทน และเจรจาข้อตกลงการค้าระดับรัฐกับประเทศผู้ผลิตทางเลือก เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของแหล่งวัตถุดิบในภูมิภาคเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทวิเคราะห์โดย... https://www.scbeic.com/th/detail/product/packaging-190526

 

 

*************************************

 

 

ประชาสัมพันธ์ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

จิตตินี จอมปรัชญา โทร. 098-9235915 Email : chittinee.jompratchaya@scb.co.th

กุณฑลี  โพธิ์แก้ว  โทร. 086-1308560 Email: koontalee.pokaew@scb.co.th

 

Uploaded Image Uploaded Image Uploaded Image Uploaded Image

No comments

Theme images by sololos. Powered by Blogger.